พวกเรามีส่วนช่วยดำเนินการกับขยะที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างไร?

ทุกท่านคงได้ข่าวในเรื่องของการลักลอบนำน้ำเสียและสารเคมีไปทิ้งตามพื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่ของชาวบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ กันเป็นระยะ ๆ โดยพื้นที่ที่พบนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากเราเลย นั่นก็คือที่ อ.บางปู จ.สมุทรปราการ และที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และล่าสุดยังมีเหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้น คือมีการลอบยิงผู้ใหญ่บ้านของ อ.พนมสารคาม ซึ่งทางตำรวจได้สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดมาจากการที่ผู้ตายเป็นแกนนำต่อต้านการนำสารเคมีและกากอุตสาหกรรมมาทิ้งในพื้นที่ จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

environment-goodday

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพียงเพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการลักลอบการนำน้ำเสียและสารเคมี รวมทั้งกากอุตสาหกรรมไปทิ้งเหล่านั้น ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม อันทำให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 กำหนดไว้ว่าผู้ก่อกำเนิดมลพิษจะต้องบริหารและจัดการมลพิษที่เกิดขึ้นภายในอุตสาหกรรมของตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมลพิษที่เกิดจากกิจการของตนเอง ดังนั้น ขบวนการกำจัดขยะ น้ำเสีย สารเคมี และกากอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น แผนกสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการตรวจสอบประวัติของบริษัทรับกำจัดของเสียแต่ละประเภท ว่าได้รับใบอนุญาตตรงตามประเภทของของเสีย และเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่กำจัดของเสียดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่ามลพิษที่เกิดขึ้นภายในองค์กรได้ถูกกำจัดอย่างถูกต้องและก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องขอความร่วมมือจากพนักงานทุกท่านในการคัดแยกประเภทของของเสียให้ถูกต้อง โดยเฉพาะของเสียอันตราย เนื่องจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันทำให้ของเสียอันตรายแต่ละประเภทมีวิธีการกำจัดที่แตกต่างกันไปด้วย เพื่อที่จะให้ของเสียที่เกิดขึ้นของสังคมถูกนำไปกำจัดได้ถูกวิธีและถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้การร่วมมือกันในองค์กรของพวกเรา ทำให้ขยะที่เกิดขึ้นในสังคมไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชุมชนข้างเคียง … มาร่วมกันธำรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลูกหลานของพวกเราในอนาคตนะคะ

โฆษณา

ฝนกรด…ปรากฏการณ์ที่มนุษย์ลงโทษตัวเอง

ฤดูฝนเริ่มมาเยือนแล้ว…ถ้าเป็นสมัยก่อน ชาวบ้านก็จะต้องกักเก็บน้ำฝนไว้อุปโภคบริโภค แต่ปัจจุบันนี้ แม้แต่น้ำฝนก็ไม่มีความปลอดภัยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะว่าบางพื้นที่น้ำฝนก็มีความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น แล้วทำไมฝนจึงมีความเป็นกรดล่ะ? มารู้จักที่มาที่ไปของฝนกรดกันนะคะ

ฝนกรด ฝนกรดเกิดจากชั้นบรรยากาศที่ถูกมนุษย์ปล่อยสิ่งสกปรกไป สะสมไว้ที่ชั้น บรรยากาศ เช่น ควัน เขม่า ละอองไอเสีย ก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรม จากเครื่องยนต์ ซึ่งก๊าซบางอย่างไปรวมตัวกับน้ำในบรรยากาศ ทำให้เกิดกรดขึ้น เช่น ซึ่งกรดทั้ง 3 ตัวนี้เป็นกรดแก่ ทำให้น้ำฝนเป็นกรด

ผลกระทบจากฝนกรด

  • ผู้ที่ใช้น้ำฝนเป็นน้ำดื่ม น้ำใช้ จะมีผลต่อสุขภาพเพราะฝนกรดเหล่านี้อาจทำให้เกิดพิษภัย ต่อผู้บริโภค เช่น ทำให้เป็นโรคกระเพาะ เป็นมะเร็ง อันเนื่องมาจากกรดซัลฟูริค เป็นต้น
  • ฝนกรดจะทำลายธาตุอาหารบางชนิดในดิน เช่น ไนเตรต ฟอสเฟต ทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น มีผลต่อการเพาะปลูก เช่นปลูกพืชผักไม่ขึ้น ได้ผลผลิตน้อยกว่าปกติ เพราะฝนกรดทำให้ดินเปรี้ยว จุลินทรีย์หลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชถูกทำลาย พืชต้องอาศัยจุลินทรีย์จากดิน เช่น สารอินทรีย์โมเลกุลใหญ่จะต้องถูกสลายให้เป็นโมเลกุลเล็ก พืชจึงจะดูดเข้าไปใช้ได้ หรือพืชจะต้องอาศัยอนุมูลแอมโมเนียที่จุลินทรีย์ดึงมาจากอากาศ ดังนั้น การที่มีกรดในน้ำฝนจึงลดความเจริญของจุลินทรีย์ในดิน ยังผลกระทบกระเทือนไปถึงพืชอีกด้วย
  • ฝนกรดทำลายวัสดุสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์บางชนิด คือ จะกัดกร่อนทำลายพวกโลหะ เช่น เหล็กเป็นสนิมเร็วขึ้น สังกะสีมุงหลังคาที่ใกล้ ๆ โรงงานจะ ผุกร่อนเร็ว สังเกตได้ง่าย นอกจากนี้ยังทำให้แอร์ ตู้เย็น หรือวัสดุอื่น ๆ เช่น ปูนซีเมนต์หมดอายุเร็วขึ้น ผุกร่อนเร็วขึ้น เป็นต้น
  • ฝนกรดจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปู หอย กุ้งสูญพันธุ์ไปได้ เพราะ ฝนกรดที่เกิดจากก๊าซซัลเฟอร์ไดอออกไซด์และเกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ พวกนี้จะทำให้น้ำในแม่น้ำ ทะเลสาบกลายเป็นกรด ทำให้สัตว์น้ำตาย เช่น อเมริกาตอนกลาง ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำลดลง ทำให้ทะเลสาบ 85 แห่งไม่มีปลา สิ่งมีชีวิตในน้ำไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

จะเห็นได้ว่าการเกิดฝนกรด ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เกิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์นั่นเอง ถึงเวลาแล้วละค่ะที่พวกเราจะต้องช่วยกันธำรงรักษาโลกใบนี้ไว้ให้นานที่สุด