โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

– ไม่คิดว่าจะมีโรคแบบนี้เกิดขึ้น  ก่อนหน้าตัวผมไม่มีอาการเวียนหัว หรือปวดหัว พอล้มตัวลงนอนอย่างปกติ รู้สึกว่าหน้ามืด และบ้านหมุน ขณะนั้นคิดอย่างเดียวว่า เรากำลังเป็นลม  สักพักก็หาย ไม่แน่ใจจึง

ลองลุกนั่งก็ยังเป็นเหมือนเดิม และนอนลงก็ยังเป็นเหมือนเดิม เริ่มไม่แน่ใจ ว่าเป็นโรคอะไร ผ่านไป 3 วันอาการก็ยังไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่รุนแรง จึงไปพบหมอที่ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา หมอได้ตรวจอาการ และบอกว่าเป็นโรคบ้านหมุน หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หลังจากตรวจเสร็จ จึงจัดยาให้ 2 ชนิด หลังจากทานยาอาการก็ดีขึ้น แต่ก็ยังมึนหัวนิดๆ เมื่อรู้สาเหตุของโรค จึงค้นข้อมูลทาง  Internet และพบข้อมูลของหมอจากโรงพยาบาลศิริราช ที่ผมอ่านแล้วน่าจะมีประโยนช์กับคนอื่น จึงนำมาลงวารสารฉบับนี้ ดังนี้

 

–  โรคนี้พบมากในคนอายุ 30-60 ปี พบได้ทั้งเพศชาย และเพศหญิง โดยมากอาการมักจะเริ่มเมื่ออายุ 30 ปี  โรคนี้มักเป็นในหูข้างเดียว แต่อาจเป็นทั้งสองหูได้ร้อยละ 30 % อาการของโรคนี้มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใด ไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดอีกเมื่อไร แต่ละครั้ง อาจมีอาการเป็นระยะเวลาสั้นๆ เป็นนาที หรือมีอาการเป็นระยะยาวมาทำความรู้จักโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคมีเนีย (Meniere’s disease) กัน

* โรคมีเนีย เป็นโรคที่มีความผิดปกติของหูชั้นใน โดยมีน้ำในหูชั้นในมากผิดปกติ หูชั้นในของคนเรามีเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวและการได้ยินอยู่ โดยปกติจะมีน้ำในหูชั้นใน ปริมาณที่พอดีกับการทำงานของเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัว และการได้ยินดังกล่าว และมีการไหลเวียนถ่ายเทเป็นปกติ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของน้ำในหู ขณะเคลื่อนไหวศีรษะ จะกระตุ้นเซลล์ประสาทดังกล่าวให้มีการส่งสัญญาณไปยังสมองเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อใดก็ตามมีความผิดปกติของการไหลเวียนของน้ำในหู เช่นการดูดซึมของน้ำในหูไม่ดี ทำให้น้ำในหูชั้นในมีปริมาณมากขึ้นกว่าปกติ  จะส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทรงตัว และการได้ยิน ทำให้เซลล์ดังกล่าวทำงานผิดปกติ

การปฏิบัติตัวเมื่อเวียนศีรษะ

1. เมื่อมีอาการเวียนศีรษะขณะเดิน ควรหยุดเดิน และนั่งพัก เพราะ อาจทำให้ได้รับอุบัติเหตุ

2. ถ้าทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล และรู้สึกเวียนศีรษะมากควรนอนบนพื้นราบ และ ผู้ป่วยควรมอง

ไปยังวัตถุที่อยู่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหว

3. ขณะขับรถทุกประเภท ถ้ามีอาการควรหยุดรถผักผ่อนให้อาการดีขึ้นค่อยขับต่อ

การปฎิบัติตัวเมื่ออาการดีขึ้น

  1. ไม่กินอาหารที่รสชาดเค็ม จะทำให้มีน้ำคั่งในร่างกาย และในหูชั้นในมากขึ้น
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงสารคาเฟอีน (ชา เครื่องดื่มน้ำอัดลม และกาแฟ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียงดัง (ใน Line การผลิตควรสวมใส่ Ear plug  หรือ Ear muff )

ถึงแม้โรคมีเนีย จะไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้โรคหายขาด แต่อาการของผู้ป่วย ส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ด้วยยา และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

ที่มา…ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ..ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s